
Hardware
เมื่อกล่าวถึง Hardware ของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือ อุปกรณ์ทางด้านไอที (IT) ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ (PC), Work Station, Notebook, เครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server) อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Storage) เครื่องพิมพ์ (Printer) อุปกรณ์แสดงผล (Monitor) อุปกรณ์เครือข่าย (Network) และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ที่จำเป็นในการทำงาน เพื่อการใช้งานที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
Server & Storage
ส่วนประมวลผลขนาดใหญ่ และส่วนจัดเก็บข้อมูล
ในทุกๆ องค์กร ไม่ว่าจะเป็น องค์กรขนาดเล็ก หรือ ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือ ภาคเอกชนก็ตาม มักมีการใช้งานในลักษณะที่เป็นศูนย์รวมของบริการ เช่น การบริการแชร์ข้อมูล (File Share) บริการสำรองข้อมูล (Backup Server) รวมไปถึงการบริการอื่นๆ เช่น Database Server, Mail server, Web Server, Application Server ฯลฯ จึงจัดเป็นบริการที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ จำเป็นที่บริการต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องให้มีบริการที่มีความต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบัน รูปแบบการบริการต่าง ๆ เหล่านี้ สามารถจัดบริการโดยใช้ Server ทำงานร่วมกับ Storage และบางบริการ สามารถใช้เพียง Storage อย่างเดียวก็สามารถให้บริการได้เช่นกัน

Server คืออุปกรณ์หลักสำคัญ สำหรับทุก ๆ องค์กร
Server เป็นอุปกรณ์หนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับทุก ๆ องค์กร ไม่ว่าจะนำไปใช้งานเป็น Database Server, File Server, Application Server, Web Server หรือ Server อื่น ๆ ที่ใช้งานสำหรับการทำงานภายในองค์กร
ประมวลผลสำหรับระบบฐานข้อมูล
ประมวลผลสำหรับการเก็บไฟล์งาน และใช้งานไฟล์ร่วมกัน หรือ แยกกัน
ประมวลผลสำหรับงานเฉพาะด้านเช่น งานด้านบัญชี การเงิน หรืองานด้านบุคลากร

Kai IT บริการจัดจำหน่ายและจัดหาอุปกรณ์ Server ตามความต้องการของลูกค้า
ทางเราสามารถจัดหาอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับการใช้งานของทางลูกค้า และรองรับการทำงานในอนาคตได้ หรือทางลูกค้าทราบรายละเอียดและยี่ห้อ (Brand) หรือรุ่น (Model) คุณสมบัติที่ต้องการ สามารถแจ้งเพื่อให้ทางเราได้จัดหา และนำเสนอให้กับทางลูกค้า
ในส่วนขั้นตอนของการเลือก Server เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละงานนั้นคงต้องพิจารณาในหลายปัจจัย แต่สิ่งแรกคงต้องพิจจารณาถึงการนำไปใช้งานอะไร ความสามารถต้องขนาดไหน และในส่วนอื่น ๆ เช่น พื้นที่ในการจัดวางเพียงพอในการจัดวางหรือไม่ มีตู้สำหรับติดตั้ง (Server RACK) หรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลในการเลือกรูปแบบของ Server ว่าจะเป็นไปในรูปแบบตั้งโต๊ะ (Tower Server) หรือติดตั้งในตู้ Rack Server ซึ่งทั้ง 2 แบบของ Server นั้นยังสามารถเลือกประสิทธิภาพของ ตัวประมวลผล (CPU), หน่วยความจำ (Memory), ตัวเก็บข้อมูล (HDD), มี แหล่งจ่ายไฟ (Power Supply) 2 ตัว หรือ เพิ่มเติม Card ต่าง ๆ เพื่อการใช้งานได้ตามจุดประสงค์ที่ได้วางไว้ หรือจะเผื่อการขยายเพิ่มเติมส่วนต่างในอนาคต

ความแตกต่างของ Server
เซิร์ฟเวอร์ (Server) มีความแตกต่างจากคอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไป ที่สามารถรองรับการให้บริการและการประมวลผลขนาดใหญ่ พร้อมให้บริการผู้ใช้ได้ตลอดเวลาเมื่อมีการร้องขอหรือต้องการใช้งาน สามารถรองรับการเชื่อมต่อได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีประสิทธิภาพสูงและมีความปลอดภัยสูงมาก ส่วนใหญ่จะอยู่ภายใน Datacenter ที่มีความน่าเชื่อถือสูง และได้รับการดูแล (Maintenance) โดยผู้มีประสบการณ์และความรู้ที่ผ่านการอบรมอย่างต่อเนื่องในเรื่องของการดูแลเซิร์ฟเวอร์ประเภทต่าง ๆ โดยเราสามารถแบ่งประเภทของ Physical Server ได้ตามลักษณะ Form Factor ของตัวเครื่อง ซึ่งคือรูปทรงและขนาดของ Server นั่นเอง
Storage คืออุปกรณ์สำหรับใช้ในการจัดเก็บ ข้อมูลของระบบต่าง ๆ ภายในองค์กร
โดยอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลและวิธีการที่จะใช้ในการจัดเก็บนั้นมีความสำคัญ หากเลือกใช้งานได้เหมาะสมกับงานขององค์กร และการทำงานร่วมกันของทุกคนในองค์กร ก็จะทำให้การเก็บข้อมูลมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บข้อมูลนั้นมีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน ขึ้นอยู่กับการเรียกและการแบ่งประเภทตามการใช้งานโดยแต่ละส่วนจะมีการใช้งานและรูปแบบการเชื่อมต่อที่ต่างกัน เช่น การแบ่งตามประเภทของ Protocol ในการเข้าถึงข้อมูล เป็นต้น

Direct Attached Storage เป็นระบบจัดเก็บข้อมูลที่ต่อโดยตรงเข้ากับ Server
Storage Area Network เป็นระบบจัดเก็บข้อมูลที่เชื่อมต่อระยะไกลผ่านเครือข่าย โดยส่งข้อมูลแบบ Block ผ่าน iSCSI หรือ Fibre Channel
เป็นระบบจัดเก็บข้อมูลที่สามารถเลือกได้ว่าจะใช้การต่อแบบไหนเข้ากับ Server ซึ่งเป็นได้ทั้ง SAN Storage และ NAS Storage
Network Attached Storage เป็น Storage ที่ให้บริการข้อมูลในรูปแบบของ File ผ่านระบบเครือข่าย Ethernet
เป็นอุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบแม่เหล็กและเป็นอุปกรณ์สำรองข้อมูลที่ยังได้รับความนิยม

Network & Security
ระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัย
โดยปกติ ระบบเครือข่าย และ ระบบรักษาความปลอดภัยด้านคอมพิวเตอร์ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ภายในองค์กรและเป็นส่วนที่ต้องมีการทำงานรวมกัน ทั้งในส่วนของการวางเครือข่ายและการติดตั้งระบบความปลอดภัยด้านคอมพิวเตอร์เพื่อให้ สามารถป้องกันภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่ง เครือข่ายมีหลากหลายรูปแบบทั้งในแบบ ใช้สาย และไร้สายแต่โดยส่วนใหญ่ จะเป็นแบบผสมกันทั้งแบบมีสายและไร้สาย การวางระบบป้องกันความปลอดภัยจึงต้องติดตั้งให้สามารถป้องกันการโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Network ระบบเครือข่ายที่มีความสำคัญ ในการทำงานและระบบต่าง ๆ ภายในองค์กร
ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อุปกรณ์เครือข่ายไม่ว่าจะเป็นแบบสายสัญญาณ (Wire) หรือไร้สาย (Wireless) ก็ตาม การที่จะให้มีการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ต้องมีการดีไซน์ และมีการวางระบบที่ดีเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน รูปแบบที่มีใช้ใช้ในปัจจุบันมีดังนี้

Wire Network
ปัจจุบันมีให้เลือกใช้งานหลากหลายความเร็ว ไม่ว่าจะเป็น 100Mb 1Gb 10Gb 25Gb 40Gb 100Gb ทำให้อุปกรณ์ที่เลือกใช้มีความแตกต่างกัน ทั้งในส่วนของ สายสัญญาณ ส่วนของอุปกรณ์ที่ใช้ต่อส่วนต่าง ๆ เข้าหากัน จำเป็นต้องเข้าใจถึงข้อจำกัดต่าง ๆ ของอุปกรณ์ เพื่อการวางระบบเครือข่ายได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับการใช้งานที่เพียงพอกับปัจจุบัน และรองรับงานในอนาคตได้
Wireless Network
ปัจจุบันมีการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น หลาย ๆ องค์กรมีการปรับมาใช้ระบบไร้สายทั้งหมดไม่ว่าจะใช้กับระบบคอมพิวเตอร์ ระบบโทรศัพท์ที่เป็น VOIP หรือ Zip Phone ก็ดีซึ่งหลังจากการติดตั้งเรียบร้อยแล้วนั้น การเพิ่มจำนวนการใช้งาน เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ เครื่องโทรศัพท์ก็ดี สามารถใช้งานได้เลย ไม่ต้องรอติดตั้งระบบสายสัญญาณใหม่ และในปัจจุบันก็มีให้เลือกใช้งานหลายๆความเร็ว และระบบที่ต่อกับสายสัญญาณก็มีการปรับมาใช้แบบ มัลติกิ๊ก ( Multi Gigabyte) เพื่อลดคอขวดที่เกิดขึ้นช่วงของการส่งผ่านจาก อุปกรณ์กระจายสัญญาณ (Access Point) ไปยังอุปกรณ์ Switching Hub ปัจจุบัน มีการพัฒนาไปถึง Wave7 ซึ่งมีความเร็วในการรับส่งสัญญาณได้กว้างมากขึ้น แต่ในการวางแผนการติดตั้งเพื่อใช้งานให้ได้เต็มประสิทธิภาพ คงต้องคำนึงถึงเรื่องของการนำไปใช้งาน และความต้องการว่าต้องการใช้งานคลุมในทุกพื้นที่ขององค์กร ต้องการความต่อเนื่องของการใช้งานจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้ ฯ ซึ่งการวางระบบจะต้องทราบรายละเอียดต่างๆเพื่อการวางระบบให้การใช้งานสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธภาพ


Kai IT มีบริการในการจัดหา จำหน่าย และออกแบบ พร้อมการติดตั้ง
Infastracture ทั้งในส่วนของ ระบบ Wire และ Wireless พร้อมติดตั้งและแนะนำการใช้งาน

Security ระบบรักษาความปลอดภัยด้านไอที
ระบบรักษาความปลอดภัยมีหลากหลายอุปกรณ์ เช่น External Firewall, Internal Firewall และระบบ Antivirus พร้อม EDR เพื่อป้องกันการโจมตีทั้งจากภายนอก ภายใน รวมถึงมัลแวร์และ Ransomware ให้ระบบปลอดภัยและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
Firewall
ในส่วนของอุปกรณ์การป้องกันภัยคุกคามทางด้าน IT ที่จะป้องกันหรือลดความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ให้บริษัทปลอดภัยจากการโจมตี ซึ่งได้สร้างความเสียหาย ทำให้ต้องมีด่านแรกในการป้องกัน เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นนั้น จำเป็นต้องมีการนำอุปกรณ์ Firewall มาติดตั้งเป็นตัวป้องกัน การโจมตีจากภายนอก และยังสามารถใช้ประโยชน์จากการต้องทำงานจากภายนอกบริษัทในยามที่จำเป็น หรือ ใช้ในการใช้งาน Internet, เช็ค E-Mail ได้อย่างต่อเนื่องจากกรณีของผู้ให้บริการ Internet (ISP) ไม่สามารถให้บริการได้ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ทำให้ต้องมีผู้ให้บริการ Internet อย่างน้อย 2 ราย เพื่อโอกาสการใช้ได้ตลอดเวลา
การเลือกใช้ firewall ให้เหมาะสม
Firewall ในท้องตลาดมีอยู่หลายรูปแบบ หลายยี่ห้อ และหลายรุ่น ให้เลือกใช้ตามการใช้งาน เพื่อให้เหมาะสมกับบริษัทของลูกค้า เช่น ในการใช้งาน Internet, VPN, VPN-Site-to-Site เป็นต้น เพื่อที่จะได้มองถึงความสามารถและบริมาณการใช้งานว่าเพียงพอกับรุ่นไหน ในส่วนของ Firewall มีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันคือ Next-Generation Firewall (NGFW) เนื่องจาก Next-Generation Firewall เป็นตัวที่รวมความสามารถในเรื่องความปลอดภัย รวมถึงการตรวจจับหรือป้องกันการบุกรุก, รวมถึงพวกภัยคุกคามต่างๆ และสแกนมัลแวร์ ต่าง ๆ ได้
เข้าใจจุดประสงค์ของลูกค้า
ปรับให้เข้ากับขนาดขององค์กร
เลือกอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์

Kai IT จัดหาและจำหน่ายอุปกรณ์ Firewall ตาม Brand และ Model
ตามที่ลูกค้าต้องการและตรวจสอบให้มีความเหมาะสม กับการใช้งาน ที่เพียงพอกับปัจจุบัน และรองรับงานในอนาคตได้










